คอลัมน์ วันนี้ที่เดิม 
คงไม่แปลกอะไรที่ "ปาน"ธนพร แวก ประยูร เป็นทั้งนักร้องเสียงคุณภาพ และคนเบื้องหลังในวงการเพลง เพราะเดินอยู่บนเส้นทางสายดนตรีมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
วันวานที่น่าประทับใจสาว "ปาน" เลยไม่พ้น วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรุงเทพ เชิงสะพานปิ่นเกล้า ที่ปัจจุบันเป็นสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ส่วนวิทยาลัยก็จะย้ายไปอยู่ที่ศาลายา

ย้อนความหลังกันขนาดนี้ สาว "ปาน" บอกไปสถานที่จริงกันเลยดีกว่า
รถจอดปั๊บ จุดแรกที่นักร้องพาไปก็คือโรงละครแห่งชาติ ที่เพิ่งจะบูรณะเสร็จ ซึ่งนักร้องสาวบอกว่า "ที่นี่นักเรียนจะมาไหว้ครูประจำปี และมาแสดง"
จากนั้นพาเดินผ่านประตูระหว่างโรงละครและวิทยาลัยที่ "ปาน" เรียกว่า "ประตูเบอร์ลิน" เป็นชื่อที่ตั้งกันขึ้นมาเอง
เข้าเขตวิทยาลัยนักร้องสาวตรงเข้าไป ไหว้พระพิฆเนศก่อน แล้วพาไปชมโบสถ์วังหน้า ที่สำหรับสวดมนต์ และข้างโบสถ์ก็จะเป็นจุดที่นั่งอ่านหนังสือ นั่งพูดคุย
เริ่มตะลุยเข้าไปในห้องเรียน เปียโนตัวเดิมยังตั้งอยู่ แต่ห้องทันสมัยขึ้น ติดแอร์เย็นฉ่ำ
"สมัยที่ปานเรียน ไม่ดีอย่างนี้ค่ะ อุปกรณ์ก็น้อย พวกเราต้องช่วยเหลือตัวเอง และรุ่นเก่าๆ ได้ดิบได้ดีกันหลายคนมากค่ะ" นักร้องสาวเล่าความหลัง
ในจังหวะที่เดินไปเล่าไป ก็เจอเข้ากับ "อ.เจี๊ยบ"จีรวัฒน์ แสงอนันต์ เพื่อนสมัยเรียนมัธยมปลาย ที่กลับมาเป็นอาจารย์ นอกจากนั้น ยังร่วมเล่นกับวงของขุนอิน, โก้ มิสเตอร์แซ็กแมน, หนึ่ง จักรวาร ด้วย
ทักทายจนหายคิดถึงแล้ว นักร้องสาวก็ขอตัวไปโรงอาหาร หลังโรงละครแห่งชาติ เพราะคิดถึงฝีมือของ "พี่แตน" ร้านประจำ พอเดินเข้าไป "พี่แตน" จำได้รีบออกมาทักทาย แถมยังโชคดีได้เจอกับเพื่อนที่เรียนจุฬาฯ ด้วยกันอีก เลยเฮฮากันยกใหญ่
ช่วงนั่งหม่ำอาหารฝีมือ "พี่แตน" นักร้องสาวเล่าไปด้วยว่า "ปานเรียนที่นี่มาตั้งแต่ ม.1 จนถึง ม.6 ที่เลือกเรียนที่นาฏศิลป์ก็เพราะว่าแม่อยากจะให้เรียน เพราะว่าที่นี่มีการสอนร้องเพลง แม่ชอบ ปานเองก็ชอบ เรียนที่นี่ก็สนุกดีค่ะ"
"ที่นี่ปานจะประทับใจหลายเรื่อง ความรู้ความสามารถเป็นอย่างแรกที่เราได้ ต่อมาคือการปฏิบัติตัว เราจะเรียกอาจารย์ว่าแม่ อย่างครูป้อม ครูอ้อย ก็จะเรียกแม่ป้อม แม่อ้อย เพราะเราผูกพันกัน ครูก็รักลูกศิษย์เหมือนลูก เนื่อง จากเราจะมีกิจกรรมด้วยกันบ่อย เวลาที่ทำงานที่โรงเรียนแล้วต้องทำถึง 6 โมงเย็น หรือเวลาไปรับงานนอก ก็จะมีกฎว่าห้ามกลับบ้าน ต้องนอนที่โรงเรียน เพราะที่นี่จะมีห้องให้นักเรียนนอน และก็มีครูดูแลอย่างดี เป็นความประทับใจมาจนทุกวันนี้ค่ะ" นักร้องสาวกล่าว

"อ.เจี๊ยบ"จีรวัฒน์ แสงอนันต์
"ผมมาเข้าเรียนตอน ม.4 เขาจะเป็นคนที่มีระเบียบมากๆ ห้าวๆ เหมือนผู้ชาย ผมก็จะกลัวเขา เพราะเวลาเล่นอะไรก็ทำจริง และพูดกันก็ กู-มิง กลับบ้านก็จะกลับพร้อมกัน เขาจะเรียนร้อง ส่วนผมจะดนตรี ตอนนั้นเขาจะมีความโดดเด่นมาก จนผมคิดว่าเขาจะต้องดัง และวันนี้ก็เป็นจริงครับ ก็ดีใจกับเพื่อนที่เขาทำได้อย่างที่เขาตั้งใจครับ"
ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

คงไม่แปลกอะไรที่ "ปาน"ธนพร แวก ประยูร เป็นทั้งนักร้องเสียงคุณภาพ และคนเบื้องหลังในวงการเพลง เพราะเดินอยู่บนเส้นทางสายดนตรีมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
วันวานที่น่าประทับใจสาว "ปาน" เลยไม่พ้น วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรุงเทพ เชิงสะพานปิ่นเกล้า ที่ปัจจุบันเป็นสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ส่วนวิทยาลัยก็จะย้ายไปอยู่ที่ศาลายา

ย้อนความหลังกันขนาดนี้ สาว "ปาน" บอกไปสถานที่จริงกันเลยดีกว่า
รถจอดปั๊บ จุดแรกที่นักร้องพาไปก็คือโรงละครแห่งชาติ ที่เพิ่งจะบูรณะเสร็จ ซึ่งนักร้องสาวบอกว่า "ที่นี่นักเรียนจะมาไหว้ครูประจำปี และมาแสดง"
จากนั้นพาเดินผ่านประตูระหว่างโรงละครและวิทยาลัยที่ "ปาน" เรียกว่า "ประตูเบอร์ลิน" เป็นชื่อที่ตั้งกันขึ้นมาเอง
เข้าเขตวิทยาลัยนักร้องสาวตรงเข้าไป ไหว้พระพิฆเนศก่อน แล้วพาไปชมโบสถ์วังหน้า ที่สำหรับสวดมนต์ และข้างโบสถ์ก็จะเป็นจุดที่นั่งอ่านหนังสือ นั่งพูดคุย
เริ่มตะลุยเข้าไปในห้องเรียน เปียโนตัวเดิมยังตั้งอยู่ แต่ห้องทันสมัยขึ้น ติดแอร์เย็นฉ่ำ
"สมัยที่ปานเรียน ไม่ดีอย่างนี้ค่ะ อุปกรณ์ก็น้อย พวกเราต้องช่วยเหลือตัวเอง และรุ่นเก่าๆ ได้ดิบได้ดีกันหลายคนมากค่ะ" นักร้องสาวเล่าความหลัง
ในจังหวะที่เดินไปเล่าไป ก็เจอเข้ากับ "อ.เจี๊ยบ"จีรวัฒน์ แสงอนันต์ เพื่อนสมัยเรียนมัธยมปลาย ที่กลับมาเป็นอาจารย์ นอกจากนั้น ยังร่วมเล่นกับวงของขุนอิน, โก้ มิสเตอร์แซ็กแมน, หนึ่ง จักรวาร ด้วย
ทักทายจนหายคิดถึงแล้ว นักร้องสาวก็ขอตัวไปโรงอาหาร หลังโรงละครแห่งชาติ เพราะคิดถึงฝีมือของ "พี่แตน" ร้านประจำ พอเดินเข้าไป "พี่แตน" จำได้รีบออกมาทักทาย แถมยังโชคดีได้เจอกับเพื่อนที่เรียนจุฬาฯ ด้วยกันอีก เลยเฮฮากันยกใหญ่
ช่วงนั่งหม่ำอาหารฝีมือ "พี่แตน" นักร้องสาวเล่าไปด้วยว่า "ปานเรียนที่นี่มาตั้งแต่ ม.1 จนถึง ม.6 ที่เลือกเรียนที่นาฏศิลป์ก็เพราะว่าแม่อยากจะให้เรียน เพราะว่าที่นี่มีการสอนร้องเพลง แม่ชอบ ปานเองก็ชอบ เรียนที่นี่ก็สนุกดีค่ะ"
"ที่นี่ปานจะประทับใจหลายเรื่อง ความรู้ความสามารถเป็นอย่างแรกที่เราได้ ต่อมาคือการปฏิบัติตัว เราจะเรียกอาจารย์ว่าแม่ อย่างครูป้อม ครูอ้อย ก็จะเรียกแม่ป้อม แม่อ้อย เพราะเราผูกพันกัน ครูก็รักลูกศิษย์เหมือนลูก เนื่อง จากเราจะมีกิจกรรมด้วยกันบ่อย เวลาที่ทำงานที่โรงเรียนแล้วต้องทำถึง 6 โมงเย็น หรือเวลาไปรับงานนอก ก็จะมีกฎว่าห้ามกลับบ้าน ต้องนอนที่โรงเรียน เพราะที่นี่จะมีห้องให้นักเรียนนอน และก็มีครูดูแลอย่างดี เป็นความประทับใจมาจนทุกวันนี้ค่ะ" นักร้องสาวกล่าว

"อ.เจี๊ยบ"จีรวัฒน์ แสงอนันต์
"ผมมาเข้าเรียนตอน ม.4 เขาจะเป็นคนที่มีระเบียบมากๆ ห้าวๆ เหมือนผู้ชาย ผมก็จะกลัวเขา เพราะเวลาเล่นอะไรก็ทำจริง และพูดกันก็ กู-มิง กลับบ้านก็จะกลับพร้อมกัน เขาจะเรียนร้อง ส่วนผมจะดนตรี ตอนนั้นเขาจะมีความโดดเด่นมาก จนผมคิดว่าเขาจะต้องดัง และวันนี้ก็เป็นจริงครับ ก็ดีใจกับเพื่อนที่เขาทำได้อย่างที่เขาตั้งใจครับ"
ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด
ตั้งเมื่อ: 15:37 น. 9 ก.พ. 2010
แท็ก:
-

















