มาร์โค คันนิ่งแฮม ฝรั่งอาสา "เก็บศพ" มูลนิธิร่วมกตัญญู

ตั้งกระทู้
มาร์โค คันนิ่งแฮม ฝรั่งอาสา "เก็บศพ" มูลนิธิร่วมกตัญญู

ชุดทำงานในปัจจุบันของมาร์โค ช่วยเหลือพยาบาลคนเจ็บ

"..อันความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน..."

บทกลอนของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ท่องจำกันมาอย่างขึ้นใจตั้งแต่เป็นเด็กนุ่งกางเกงขาสั้นสีกากี หลายครั้งเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เคยคิดว่า "เป็นจริงหรือเปล่าหนอ?"

มาถึงวันนี้ เรื่องของความเมตตากรุณามีบทพิสูจน์เกิดขึ้นอีกบทหนึ่ง ในหน้าสังคมไทย เมื่อข่าวฝรั่งตาน้ำข้าวอีกฟากฝั่งทวีป ชื่อ "มาร์โค คันนิ่งแฮม" อดีตตำรวจนิวซีแลนด์ เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาตั้งหลักปักฐานเพื่อช่วยเหลือคนไทย ในประเทศไทย ข่าวนี้สร้างความประทับใจ พร้อมๆ กับอยากทำความรู้จักกับนายคนนี้ เพราะเขาไม่ใช่มาช่วยเหลือแบบฝรั่งธรรมดา

แต่--เข้ามาเป็น อาสาสมัครเก็บศพ ในมูลนิธิร่วมกตัญญู!!

หลังสัมผัสมือเซย์ "ฮัลโหล" มาร์โคส่งยิ้มมาอย่างเป็นมิตร ผมรีบเอ่ยชื่อแนะนำตัวเอง ขณะที่เขาพยักหน้ายิ้มกว้างขวาง--เป็นฝรั่งที่ยิ้มสวยคนหนึ่งทีเดียว

"มาร์โค" เริ่มบทที่หนึ่งของชีวิต ก่อนเดินทางมาในไทย ว่าอยู่ที่บ้าน ที่นิวซีแลนด์ เงียบสงบ ไม่มีอะไรตื่นเต้นในชีวิต พ่อชื่อปีเตอร์ แม่ชื่อแพทริเซีย มีพี่ชายอีกคนชื่อ พอล ครอบครัวพ่อแม่ทำธุรกิจส่งออก

"คุณคงรู้ว่าประเทศนิวซีแลนด์ เป็นเกาะใหญ่ก็จริง แต่อาจมีพลเมืองแกะมากกว่าประชากรคนเสียอีก" เขากล่าวยิ้มๆ และว่า มันจึงไม่มีอะไรตื่นเต้น แม้แต่ตัวเขาที่ทำงานเป็นตำรวจ

"ผมเป็นตำรวจได้ 2 ปีครึ่งก็เกิดอุบัติเหตุกับผม ทำงานอีกไม่ได้-- คือผมไปจับขโมย ขับรถไล่ตาม รถผมไปชนกับรถตำรวจอีกคัน ทำให้กระดูกสันหลังร้าว ต้องออกจากงาน เลยไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยวิคตอเรีย คณะภาษาศาสตร์ เพราะก่อนหน้านี้ผมเรียนจบวิศวะไฟฟ้าวิทยาลัยเทคนิค จึงไปต่อมหาวิทยาลัยให้จบ หลังจากเรียนจบก็ออกไปทำงานที่บริษัทนมผง ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลี"

มาร์โคบอกว่า ชีวิตการทำงานช่วงนั้น เหมือนไม่ใช่เส้นทางสำหรับเขา จึงตัดสินใจลาออกจากงานแล้วเดินทางท่องเที่ยวโดยมุ่งหน้ามาเอเชีย เหตุผลหนึ่งที่เขาออกเดินทางไกล เป็นเพราะ "อกหัก"

"ผมกับแฟนเรามีปัญหากัน ในที่สุดเลยตัดสินใจเลิกกัน แล้วผมก็ออกเดินทางไปที่มาเลเซียเป็นประเทศแรก ต่อด้วยสิงคโปร์ และที่สุดก็มาเมืองไทย เพราะมีเพื่อนเป็นฝรั่งอยู่ที่กรุงเทพฯ.."

มาร์โค อยู่เมืองไทยได้ประมาณ 3 ปีแล้ว สองปีที่แล้วเพิ่งกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่นิวซีแลนด์

มาร์โคตอนที่อยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์
บทที่สองของชีวิต เขาเล่าว่า ท่องเที่ยวอยู่ได้ประมาณสองสัปดาห์ ก็หางานพิเศษทำ โดยเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับนักศึกษา ที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียว และมหาวิทยาลัยบูรพา รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาทางด้านหลักสูตรอินเตอร์ ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง 1 ปี มาถึงตอนนี้ยังเป็นอาจารย์สอนวิชาวรรณคดีอังกฤษ ชั้น ม.3-ม.4 ที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟ สีลม อีกด้วย

ผมถามถึงเส้นทางของเขาที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับงานเก็บศพ ที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

มาร์โคพยักหน้า บอกเสียง "อ๋อ" เป็นภาษาไทยชัดเจน แล้วเขาก็เริ่มเล่าว่ามีโอกาสได้สอนหนังสือลูกสาวของหัวหน้าฝ่ายธุรการ มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียว พอสนิทสนมกันก็ชวนไปทำบุญบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.สระบุรี จากนั้นเกิดติดใจ ถ้ามีเหตุน้ำท่วมที่ไหนผู้คนเดือดร้อนจะติดตามไปด้วยตลอด

"พอได้ทำงานที่เสียสละ ได้ช่วยเหลือคนก็รู้สึกประทับใจ ผมทำงานที่เมืองไทยได้เงินเดือนประมาณ 40,000 บาท ซึ่งถ้าอยู่ที่นิวซีแลนด์ผมได้มากกว่านี้หลายเท่า แต่ผมว่าเรื่องเงินทองไม่สำคัญสำหรับผมเลยเมื่อมาอยู่ที่เมืองไทย ผมมีความสุข-สุขที่ใจ.."เขาเอามือตบเบาๆ ที่หน้าอกด้านซ้าย

เขาเล่าต่อว่า เดิมนับถือศาสนาคริสต์ แต่ตอนนี้เปลี่ยนมานับถือพุทธเรียบร้อยแล้ว

"มีคนชวนไปวัดของศาสนาพุทธแล้วรู้สึกดี ยิ่งได้กลิ่นธูปเทียนแล้วมันสบายใจบอกไม่ถูก เลยตัดสินใจบวชในศาสนาพุทธ บวชที่ไต้หวันอยู่ 5 เดือน รู้สึกดีมากๆ"

เส้นทางนี้เองที่ทำให้จิตใจของมาร์โคได้สัมผัสกับความที่อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์..

"ผมชอบช่วยคน แต่ไม่ชอบนั่งสมาธิ เจ้าอาวาสที่ผมไปบวชบอกกับผมว่าสึกออกไปช่วยเหลือคนจะดีกว่า แล้วผมก็ได้ไปเก็บศพกับมูลนิธิร่วมกตัญญู.."

"ก่อนผมจะเริ่มทำงานเก็บศพ ผมมีโอกาสไปกับคุณวีระวัฒน์ อนุชิตไพลิน มีอุบัติเหตุรถชนที่ถนนบางนา-ตราด นึกว่าจะไปบริจาคเหมือนเคย ที่ไหนได้ เขาไปเก็บศพคนตาย--" เสียงหัวเราะนุ่มนวล

"ผมก็แปลกใจว่าทำไมมูลนิธิร่วมกตัญญูต้องมาเก็บศพด้วย ที่ประเทศผม-นิวซีแลนด์ตำรวจเป็นคนเก็บศพ และก่อนเก็บศพจะต้องมีการชันสูตรศพหาหลักฐาน ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของตำรวจเท่านั้นในประเทศผม" เขายักไหล่

มาร์โคยังเล่าต่อไปว่า เห็นคนทำงานเก็บศพกันครั้งแรกก็อยากทำบ้าง ทางร่วมกตัญญูจึงสอนให้ตั้งแต่วิธีห่อศพ ยกศพ การท่องคาถาก่อนเก็บศพ พอเล่าถึงตรงนี้เขาหัวเราะ

มาร์โคร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ
"ผมเพิ่งจะรู้ว่าการไปเก็บศพจะมีเรื่องของคาถาด้วย แต่ตรงนี้เขาก็ไม่ได้สอนอะไรผมมาก ให้แค่พระเครื่องกรุสุโขทัยกับเหรียญจตุคามมาห้อยคอเท่านั้น"

"ผมไปเก็บศพครั้งแรกปี 2546 ที่ถนนบางนา-ตราด นั่นแหละ ก็ตื่นเต้นนิดหน่อย เพราะคนไทยเขาไม่คิดว่าผมเป็นอาสาสมัครเก็บศพ เพราะผมเป็นฝรั่ง ผมอยากให้คนไทยยอมรับผมว่าเป็นอาสาสมัครจริงๆ ไม่ใช่ทำเพื่อเอาหน้า ผมเลยต้องทำงานให้มากขึ้น..

...จากครั้งแรก ย่อมมีครั้งต่อๆ ไป มาร์โคเริ่มงานเก็บศพของเขาไปเรื่อย กระทั่งปี 2547 มีโอกาสไปช่วยเก็บศพในเหตุการณ์ธรณีพิบัติ "สึนามิ"

"มีคำสั่งให้ผมไปที่ จ.ภูเก็ต เจอศพ 20 ศพ ยังเจอไม่มาก วันต่อมาไปที่ จ.พังงา มีคำสั่งให้ผมไปช่วยลำเลียงศพนำไปไว้ที่วัดบางม่วง ซึ่งเป็นจุดเก็บศพมากที่สุด ผมเดินทางไปถึงวัดบางม่วงเวลามืดแล้ว เข้าไปในบริเวณวัดรู้สึกวังเวงมาก คนหายไปไหนหมดไม่รู้ หลังจากนั้นไม่นานก็มีเจ้าหน้าที่ขับรถเข้ามาในวัด ผมก็เข้าไปเปิดท้ายรถ ศพเต็มไปหมดราวๆ 50 ศพ เห็นจะได้ เห็นแล้วตกใจมาก..

...สติแตกเลยครับ กล้าๆ กลัวๆ ตกใจมาก รู้สึกเหมือนอยู่ในนรก เครียดมาก เสร็จงานแล้วนอนไม่หลับเลย ทำต่อก็ไม่ได้ อยากกลับกรุงเทพฯ แต่พอนอนพักตื่นขึ้นมาต้องทำต่อ-ก็ทำต่อไปจนได้ หลังจากที่ผมไปเก็บศพในเหตุการณ์สึนามิกลับมา ผมไม่อยากเก็บศพอีกแล้ว เพราะมันหดหู่ใจ ผมกลับมาที่กรุงเทพฯเปลี่ยนไปทำงานช่วยเหลือคนบาดเจ็บ มันรู้สึกดีกว่า--ช่วยคนที่เขากำลังจะตายไม่ให้ตาย ให้เขามีชีวิตอยู่ต่อ"

มาร์โคก็เหมือนกับอาสาสมัครคนเก็บศพอื่นๆ ที่เวลาทำงานย่อมต้องมีปัญหา

"ผมเคยมีปัญหา เจอตำรวจเมาชักปืนจะยิงผม เราก็ใจดีสู้เสือเลยไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีกอย่างคือผมจะเสียความรู้สึกกับโรงพยาบาลของรัฐมาก เจ้าหน้าที่มักจะพูดจาไม่ดีเลย" ชายหนุ่มสะท้อนความคิดเห็น

งานเก็บศพ เป็นที่รู้กันว่าเรื่องของ "กลิ่น" นั้นเป็นปัญหาร้ายแรงสำหรับมือใหม่ มาร์โคเองก็เช่นกัน เขาบอกว่า

"อื้อฮือ..เหม็นมากๆ เลยครับ เคยไปเก็บศพหัวขาดและกลิ่นติดตัวมา มีปัญหามาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องทำใจเพราะเราอยากช่วยเหลือคนมากกว่า--การทำงานเก็บศพของประเทศไทยมีความหมายอย่างไร ผมไม่รู้ แต่ผมคิดว่าผมทำงานกับร่วมกตัญญู ผมอุทิศบุญกุศลให้กับครอบครัว พ่อ-แม่ของผม การเก็บศพของประเทศไทยและประเทศผมไม่เหมือนกัน ของผมเก็บศพคือทำงาน แต่ในประเทศไทยเก็บศพ คือการเสียสละ เป็นอาสาสมัคร เป็นการทำบุญ วัฒนธรรมของสองประเทศแตกต่างกันมาก"

ทุกวันนี้มาร์โคไม่ได้ทำหน้าที่เก็บศพแล้ว แต่เปลี่ยนมาทำหน้าที่ช่วยเหลือคนบาดเจ็บในอุบัติเหตุรถชน ไฟไหม้ ฯลฯ แทน ซึ่งเขาเองก็ว่ามันดีกว่า เพราะไม่หดหู่หัวใจ

ส่วนเรื่องผีๆ--เขาบอกยังไม่เคยเจอ

"ผมไม่เชื่อเรื่องเวรกรรม หรือเรื่องเกิดใหม่กลับชาติมาเกิดอะไรทำนองนี้ แต่ก็คิดว่ามัน 50/50 อาจเป็นไปได้ และเป็นไปไม่ได้ และก็ผมอยากเห็นผีมากๆ" เขาบอกพร้อมกับหัวเราะ

หนุ่มนิวซีแลนด์บอกเล่าเชิงถามคำถาม "คุณรู้ไหม ผมเคยไปร่วมเก็บศพกับดาราด้วยนะ มีคุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ คุณเอกพันธ์ บันลือฤทธิ์ คุณต่าย-สายธาร (นิยมการณ์) ตอนแรกผมไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นดารา พอรู้ก็เขินมาก ขนาดคนเป็นซุปเปอร์สตาร์ยังมาทำงานเสียสละอย่างนี้ ผมภูมิใจแทนเขานะ"

แดดร่มลมตกแล้ว แต่ทั้งผมและมาร์โค ยังคงนั่งคุยกันอย่างออกรสที่บ้านพักของเขา ย่านกล้วยน้ำไท ห้องพักเล็กๆ สำหรับคนเดียว มีห้องน้ำในตัว ข้าวของเป็นระเบียบบ้าง ระเกะระกะบ้าง ตามประสาคนโสด แต่คนอยู่-ก็อยู่อย่างมีความสุข

ใครๆ ก็ว่า คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก

สำหรับมาร์โค คับที่มากกว่าคับใจ เขากำลังอยู่ระหว่างพักฟื้น เพราะข้อเท้าร้าวขณะเข้าไปช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้ที่ชุมชนซอยสุขุมวิท 11 เขาเล่าว่าเกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคระหว่างปีนขึ้นไปเพื่อจะดับไฟ เลยพลาดตกลงมาที่พื้นข้อเท้าร้าว พักมาได้เดือนเศษแล้ว อีก 10% ก็จะหายเป็นปกติ กลับไปทำงานได้เหมือนเดิม

"ผมอยากบอกว่าประเทศผมจะยกย่องคนที่ทำความดี ไม่ใช่ยกย่องคนมีเงิน เมื่อมาอยู่ประเทศไทยและเห็นมีคนที่เสียสละเพื่อส่วนรวมเช่นนี้ ผมรู้สึกดีใจ และทำให้ผมอยากทำอะไรเพื่อส่วนรวมบ้าง--การทำงานอาสาสมัครกับร่วมกตัญญู ทำให้ผมรู้สึกภาคภูมิใจ รู้สึกว่าอย่างน้อยๆ ชีวิตเราเกิดมายังมีอะไรที่เป็นประโยชน์อยู่บ้าง ที่สำคัญมันเป็นงานที่ตื่นเต้นเสียด้วย.." เสียงมาร์โคบอกส่งท้ายในการสนทนา ผมอำลาเขาและจากมา

วันนั้นผมรู้สึกตัวเบากว่าปกติ ผมเดินออกมาจากบ้านมาร์โคพร้อมความคิดเรื่องบาปบุญคุณโทษ เรื่องกลับชาติมาเกิด ผมว่าชาติก่อนมาร์โคต้องเกี่ยวข้องอะไรกับประเทศไทยแน่ๆ ชาตินี้เขาจึงกลับมา ณ ที่ตรงนี้อีก มาด้วยหัวใจอ่อนโยน มาทำงานช่วยเหลือคนไทย ทั้งๆ ที่อยู่ไกลถึงนิวซีแลนด์

ผมคิดมากไปหรือเปล่า?

โดย ตวงศักดิ์ ชื่นสินธุ
ที่มา นสพ. มติชน

จำนวนคนดู : 9851
ตั้งเมื่อตั้งเมื่อ: 22:31 น. 15 ก.พ. 2008
แท็ก: -

ถ้า ถูกใจ กด Like และ Share ขึ้นบน Facebook หรือ Tweet ส่งต่อให้เพื่อนได้นะจ๊ะ


 

 
yenta4 : BBug avatar
โดย: BBug yenta4 : BBug hompy ส่งข้อความหา BBug
ผู้สนับสนุนใจดี

แสดงความคิดเห็น

เบื่อโฆษณาจาก Facebook มาช่วยกันกำจัดกันเถอะ ดูวิธีที่นี้
  • เกมส์, เกม, เกมส์ทำอาหาร, เกมส์ปลูกผัก, ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล.., เลขเด็ดงวดนี้, ดูดวง, ดูดวงความรัก, xxx, เพลงใหม่ , speedtest, ดูทีวีออนไลน์, หนังใหม่