Yenta4 Webboard http://webboard.yenta4.com/section/love_poem This is a discussion board for yenta4 people en Part time สมัครงาน พนักงานคีย์ข้อมูล ว่างงาน นักศึกษา นักเรียน Click หรือ โทร 081 425 1689 http://webboard.yenta4.com/topic/384283   ตอนนี้ทางบริษัท Global Advertising ต้องการรับพนักงานมาช่วยโฆษณาผ่านสื่อ Internet เป็นจำนวนมาก ลักษณะงานเป็นรูปแบบของระบบ    E-commerce เน้นการกระจายสื่อในรูปแบบ Internet และ web site งานระบบ E-commerce   ที่ใช้ระบบการทำงานบน Internet   *** เพียงแค่คุณสามารถเล่น ****   Send Forward E-mail เป็น $$$   เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับคุณได้ง่าย ๆ $$$   วิธีการทำงานง่าย ๆ แค่คุณนำ E-mail ของคุณ มา Link กับระบบ DataBase ของทางบริษัท ทางบริษัทจะจัดส่งงานเข้าไปให้ใน E-mail ของคุณ   เพียงเท่านี้คุณก็เริ่มงานได้เลย   มีทั้งงาน  Parttime และ งานประจำ   ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา -   อายุ -   อาชีพ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร .. เพียงแค่คุณคิดว่าอยากมีรายได้ที่มากกว่าที่มีอยู่ สามารถสร้างรายได้ 5,000-50,000 และมากกว่าขึ้นไป   ขึ้นอยู่กับจำนวนเวลาในการทำงานของแต่ละคน แบบฟอร์มผู้สนใจทำงาน   >>>คลิก<<<   http://webboard.yenta4.com/topic/384283#reply Wed, 17 Mar 2010 04:54:06 +0700 elf_love 384283 at http://webboard.yenta4.com/ Part time สมัครงาน พนักงานคีย์ข้อมูล ว่างงาน นักศึกษา นักเรียน Click หรือ โทร 082 644 5567 http://webboard.yenta4.com/topic/384262 รับสมัครคนคีย์ข้อมูลรายได้ประมาณ 500 บาท/วัน เปิดรับสมัคนคนคีย์ข้อมูลผ่านระบบ Internet เพียงคุณใช้ Internet พื้นฐานก็สามารเริ่มงานได้ สามารถทำได้ที่บ้าน 2-3 ชั่วโมง เพียงคุณเข้ามาศึกษาระบบและวิธีการทำงาน 15 นาที คุณก็สามารถเริ่มงานได้ รายได้จะอยู่ที่คุณทำ แต่รายได้เริ่มต้น 500 บาท / วัน [ มีการสอนงานให้ทุกขั้นตอน ] คุณสมบัติ - อายุ 18 ปีขึ้นไป - ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา สามารถใช้ Internet พื้นฐานได้ - มีเวลาว่างอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เอกสารสมัครงาน 1. สำเนาบัตรประชาชน 2. สมุดบัญชีหน้าแรก [ รายได้จะโอนผ่านบัญชีทุกศุกร์ ] 3. รหัสในการสัมภาษณ์งาน *** SN-6 4939     กรุณาจดรหัสเพื่อเข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ด้วยค่ะ สนใจติดต่อฝ่ายบุคคล Tel . 082-644-5567 (ตลอด 24 ชั่วโมง ) หรือกรอกข้อมูลไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ผู้สนใจสามารถฝากประวัติไว้ได้ที่นี้ :: คลิ๊ก ทางบริษัทจะติดต่อกลับสำหรับผู้ที่กรอกรายละเอียดครบถ้วน สถานที่ ตึก . เมืองไทยภัทร คอมเพล็ก ถ . รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กทม . เปิดทำการวัน จันทร์ - อาทิตย์ เวลา 10.00-17.00 การเดินทาง - โดยรถไฟฟ้าใต้ดิน มาสถานี สุทธิสาร ออกประตู 3 - โดยรถประจำทาง 73 ก . 136 . 137 . 179 . 185 . 206 . 528 . 529 . หรือโทรถาม 184 < เปิดรับเฉพาะกรุงเทพและปริมณฑล > http://webboard.yenta4.com/topic/384262#reply Wed, 17 Mar 2010 00:28:36 +0700 notommark 384262 at http://webboard.yenta4.com/ Part time สมัครงาน พนักงานคีย์ข้อมูล ว่างงาน นักศึกษา นักเรียน Click หรือ โทร 082 644 5567 http://webboard.yenta4.com/topic/384261 รับสมัครคนคีย์ข้อมูลรายได้ประมาณ 500 บาท/วัน เปิดรับสมัคนคนคีย์ข้อมูลผ่านระบบ Internet เพียงคุณใช้ Internet พื้นฐานก็สามารเริ่มงานได้ สามารถทำได้ที่บ้าน 2-3 ชั่วโมง เพียงคุณเข้ามาศึกษาระบบและวิธีการทำงาน 15 นาที คุณก็สามารถเริ่มงานได้ รายได้จะอยู่ที่คุณทำ แต่รายได้เริ่มต้น 500 บาท / วัน [ มีการสอนงานให้ทุกขั้นตอน ] คุณสมบัติ - อายุ 18 ปีขึ้นไป - ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา สามารถใช้ Internet พื้นฐานได้ - มีเวลาว่างอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง เอกสารสมัครงาน 1. สำเนาบัตรประชาชน 2. สมุดบัญชีหน้าแรก [ รายได้จะโอนผ่านบัญชีทุกศุกร์ ] 3. รหัสในการสัมภาษณ์งาน *** SN-6 4939     กรุณาจดรหัสเพื่อเข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่ด้วยค่ะ สนใจติดต่อฝ่ายบุคคล Tel . 082-644-5567 (ตลอด 24 ชั่วโมง ) หรือกรอกข้อมูลไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ผู้สนใจสามารถฝากประวัติไว้ได้ที่นี้ :: คลิ๊ก ทางบริษัทจะติดต่อกลับสำหรับผู้ที่กรอกรายละเอียดครบถ้วน สถานที่ ตึก . เมืองไทยภัทร คอมเพล็ก ถ . รัชดาภิเษก ห้วยขวาง กทม . เปิดทำการวัน จันทร์ - อาทิตย์ เวลา 10.00-17.00 การเดินทาง - โดยรถไฟฟ้าใต้ดิน มาสถานี สุทธิสาร ออกประตู 3 - โดยรถประจำทาง 73 ก . 136 . 137 . 179 . 185 . 206 . 528 . 529 . หรือโทรถาม 184 < เปิดรับเฉพาะกรุงเทพและปริมณฑล > http://webboard.yenta4.com/topic/384261#reply Wed, 17 Mar 2010 00:28:31 +0700 notommark 384261 at http://webboard.yenta4.com/ รักแห่งสยาม2 เพราะที่นี่มีรัก http://webboard.yenta4.com/topic/384229 (ถ้าชอบแล้วอยากอ่านต่ออีก ช่วยเม้นกันด้วยนะครับ จาได้เอามาลงเพิ่ม) โดย : เป็นหนึ่ง ความนำ           ความรู้สึกอันเก็บซ่อนไว้อยู่ภายใต้จิตใจ และทวีความโหยหามากขึ้น จนไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถขวางกั้นความรักที่ทั้งสองมีให้แก่กันได้ บทนำ           บรรยากาศในสถานที่แห่งหนึ่งปรากฏขึ้น มันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของ ความเป็นตะวันตก อันเห็นได้จากสถาปัตยกรรมรูปทรงยุโรปและเหล่าผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา  พวกเขาแต่งกายด้วยชุดเสื้อผ้าที่ดูหนาเพื่อรับกับอากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็น สวนสาธารณะแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นข้างๆ มันประดับไปด้วยเหล่าต้นไม้ใหญ่มากมายเป็นร่มเงาให้กับผู้ที่ไปพักผ่อนหย่อนใจ  ร่างหนึ่งในชุดเสื้อโค้ดตัวใหญ่สีน้ำตาลและกางเกงยีนสีเทาขายาวกำลังอาศัยมันเป็นที่กำบังอยู่ ใบหน้านั้นดูคมคายและกลมกลืนกับผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่  นัยน์ตาสีน้ำตาลกำลังหลับอยู่ภายใต้ภวังค์แห่งความสุข ศีรษะที่เต็มไปด้วยผมสีน้ำตาลเข้มพิงไว้กับต้นไม้  เขากำลังนั่งกอดอก เหยียดขาข้างหนึ่งและยกอีกข้างให้งอตั้งกับพื้น ข้างกายมีหนังสือไดอารี่สีน้ำตาลเล่มหนึ่งวางอยู่  ตรงหน้าปกมีตัวอักษรภาษาอังกฤษสีดำเขียนไว้ว่า Together    มันซ่อนหลายสิ่งหลายอย่างอันเป็นความทรงจำของเจ้าของไว้ในนั้น  หลายสิ่งหลายอย่างที่มีความสุขและปวดร้าวซึ่งผ่านมาระหว่างช่วงเวลาสี่ปี มันเริ่มขึ้นเมื่อเขาได้เดินทางจากแผ่นดินเกิดที่อาศัยมากว่า18ปี สู่อีกแผ่นดินหนึ่งซึ่งห่างไกลจากกันมาก “โต้งเก็บข้าวของครบแล้วใช่มั้ยลูก”  สุนีย์เอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ หลังจากที่เห็นลูกชายเดินหอบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีดำลงมาจากบันได  “ครับแม่”  ผู้เป็นลูกตอบ ขณะทำสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก “ทำไมทำหน้าอย่างนั้นหละฮะ ทำหน้าบุ้ยยังกะเด็กเพิ่งเกิด เราโตแล้วนะ ไปอยู่ต่างประเทศแค่สามสี่ปีเอง ไม่ตายหรอกหน่า” ผู้เป็นแม่เอ่ยติดตลก โต้งถอนหายใจก่อนจะเดินลากกระเป๋าไปยังรถเก๋งคันสีบลอนเทาที่เปิดเครื่องรออยู่หน้าบ้าน เขาเดินไปยังประตูท้ายรถ ก่อนที่มันจะกระเด้งขึ้นเล็กน้อยจากการกระทำของชายอีกคนซึ่งนั่งอยู่ในรถ โต้งยกกระเป๋าสีดำใส่เข้าไปและพยายามยัดมันให้ลงเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะปิดท้ายรถลงตามเดิม “เร็วๆเข้า เครื่องบินนะ ไม่ใช่รถประจำทางที่มันจะรอผู้โดยสารหนะ”  เสียงทุ้มของผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้น ก่อนที่โต้งจะรีบเดินไปเปิดประตูหลังรถด้านซ้ายมือ “ไปเลยครับพ่อ” เขาพูด ก่อนที่กรจะกระตุกเกียร์และถอนหลังรถออกจากบ้าน สุนีย์นั่งอยู่ที่เบาะรถด้านหน้าข้างคนขับ วันนี้สีหน้าของเธอดูมีความสุขและเจือไปด้วยความเศร้าเล็กน้อย ขณะที่สายตากำลังมองไปด้านหน้าพลางคิดถึงเรื่องราวต่างๆมีผ่านพ้นมาไม่นาน คริสมาสต์ปีที่ผ่านมาดูท่าไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่นัก เพราะแต่ละคนก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน กรไปทำธุระที่เชียงใหม่ โต้งติดงานถ่ายแบบทั้งคืนจนไม่ได้กลับบ้าน มีเพียงข้อความที่ส่งมาให้เธอผู้เป็นแม่ซึ่งอยู่ที่บ้านตามลำพัง “สุขสันต์วันคริสมาสต์ครับแม่”  นั้นคือข้อความที่แสดงบนมือถือของเธอ  แม้จะเป็นเพียงข้อความสั้นๆ แต่มันก็ทำให้เธอมีความสุขไม่น้อย  หลังจากนั้นอีกหกวันครอบครัวของเธอก็กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง สุนีย์จัดงานเลี้ยงเล็กๆในบ้านขึ้นเพื่อฉลองวันปีใหม่ แขกในงานก็มีแต่เพื่อนบ้านข้างๆและเพื่อนของโต้งที่มาร่วมงาน ในงานมีอาหารเครื่องดื่ม และวงดนตรีน้องใหม่ชื่อว่า “ออสก้า” มาเล่นบรรเลง  เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ใครบางคนหวนนึกถึงภาพความหลังขึ้นมาได้ จนอยากจะย้อนกลับไปในวันนั้นอีกครั้ง สัมผัสแรกที่เคยลิ้มลองและไม่เคยได้สัมผัสอีกเลยหลังจากนั้นเป็นเวลากว่าหนึ่งปี  ความรู้สึกตอนนั้นมันช่างโดดเดี่ยวเดียวดาย ถึงแม้จะมีผู้คนรอบข้างมากมาย แต่มันก็ไม่สามารถเยี่ยวยาและเพิ่มเติมสิ่งที่ขาดหายภายในใจได้ “โต้ง พอไปถึงที่โน้นแล้วโทรมาบอกแม่กับพ่อด้วยนะ เข้าใจมั้ย”  สุนีย์เอ่ยขึ้นหลังจากมาถึงสนามบิน โต้งกำลังยืนถือกระเป๋าเดินทางอยู่ด้านหน้าพวกเขา เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเทากางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบสีขาว  “ครับแม่...โต้งไปก่อนนะครับ”  เขาบอกลา “โชคดีลูก” กรพูดพลางยิ้ม สุนีย์ยิ้มเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข็มของเธอแสดงถึงความเป็นห่วงผู้ที่กำลังจะจากไป ก่อนที่ร่างสูงจะปล่อยมือจากกระเป๋า และโผกอดผู้เป็นพ่อและแม่               สายลมระรอกหนึ่งพัดพาความหนาวเย็นผ่านมาถึงผู้ที่กำลังตกอยู่ในนิทรา ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลจะค่อยๆลืมขึ้น และประสาทรับรู้การมองเห็นค่อยๆทำงาน ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าดูเลือนลางก่อนจะค่อยๆชัดขึ้น เขาสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด รับรู้ถึงความบริสุทธิ์ที่เข้าไปในร่างกาย ก่อนจะกวาดตามองรอบข้าง และรับรู้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป “มืดแล้วเหรอเนี้ย....”  เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะบิดขี้เกียดไปมา หลังจากนั้นจึงถอนหายใจออกมายาวๆและสูดลมหายใจเข้าไปอีกครั้ง พลางเอามือทั้งสองข้างค้ำไว้ที่พื้นหญ้าแล้วลุกตัวขึ้นยืน   โต้งเดินออกไปจากสถานที่นั้นโดยไม่รู้เลยว่าได้ทิ้งบางสิ่งที่สำคัญไว้เบื้องหลัง       บทที่1   “เชิญครับ”   เสียงพนักงานต้อนรับชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นหน้าประตูร้านอาหารฝรั่งเศสแห่งหนึ่งในกรุงปารีส   ร่างสูงเดินเข้าไปภายใน ก่อนจะกวาดตาหาที่ที่ถูกใจ มันตั้งอยู่ตรงมุมสุดของร้าน ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปและทรุดตัวลงบนเก้าอี้ไม้ “ต้องการจะสั่งอะไรครับ”   พนักงานเสิร์ฟถามด้วยภาษาของชาติตนเอง   “ขอเป็นสปาเก็ตตี้ผัดซอสปูแล้วกันครับ”   โต้งเอ่ย ก่อนที่พนักงานจะทำท่าจดรายการ “รอสักครู่นะครับ”   เขาเอ่ยเป็นครั้งสุดท้าย   ก่อนจะเดินกลับไป   พักหนึ่งอาหารที่สั่งก็วางอยู่บนโต๊ะ   ก่อนที่โต้งจะค่อยๆจัดการกับมัน   --   สายลมหนาวอีกระรอกหนึ่งกำลังพัดมา แต่ครั้งนี้ดูเหมือนมันจะพัดพาบางสิ่งบางอย่างผ่านมาด้วย   สสารบางอย่างเป็นเม็ดเล็กๆสีขาวลอยพลิ้วไหวมากับสายลม มันมีจำนวนมหาสาร ก่อนที่จะตกลงสู่พื้นดิน ชายหนุ่มมองภาพนั้นผ่านกระจกใสหน้าร้าน   แสงไฟสีส้มข้างนอกร้านตรงเสาไฟต้นหนึ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูโรแมนติกมากยิ่งขึ้น   เขาหยุดจากการกระทำอันเก่า และหันมาจดจ่ออยู่กับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่นานนักท้องถนนที่เคยเป็นสีดำ บัดนี้กลับกลายเป็นสีขาวบริสุทธ์ไปทั่วทั้งบริเวณ   ชายหนุ่มกำลังนึกถึงใบหน้าของใครบางคนที่ไม่ได้เจอมาเป็นเวลากว่าห้าปี หลังจากวัน       คริสมาสต์วันนั้น เขายังคงจำภาพวันนั้นได้ดีติดตา ทุกการกระทำที่ได้ทำไป มันยังคงฝังลึกอยู่ในใจของเขา ‘ ป่านนี้มิวจะเป็นยังไงบ้างนะ ’   เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นในใจของชายหนุ่ม ก่อนที่โต้งจะเบือนสายตาจากกระจกร้านมายังจานอาหารจานเดิม มันยังคงเหลือเส้นสปาเก็ตตี้ที่กินไม่หมด และซอสสีแดงๆที่เลอะอยู่เต็มจาน ใบหน้าขอใครผู้หนึ่งปรากฏขึ้นบนจานนั้นพลางยิ้มให้เขา ชายหนุ่มยิ้มกลับด้วยความดีใจ ก่อนที่ใบหน้านั้นจะหายไป เขาถอนสีหน้ากลับมาเรียบเฉยดังเดิม ก่อนจะวางหลังบนพำนักพิงแล้วถอนหายใจ ก่อนที่บางอย่างที่เขาได้ลืมเอาไว้จะผุดในหัวสมอง “ไดอารี่ !!! ”   เขาพึมพำขึ้น ก่อนจะรีบควักกระเป๋าตังค์ออกมา หาเศษแบงค์แล้ววางไว้บนโต๊ะ แล้วรีบลุกพรวดไปจากสถานที่นั้น    โต้งรีบวิ่งอย่างสุดชีวิตเพื่อกลับมายังสถานที่เดิม มันมีไฟจากเสาไฟต้นหนึ่งจากที่ไกลๆซึ่งไม่ช่วยอะไรเขาในการค้นหามากนัก ชายหนุ่มรีบกลับไปยังที่ที่เคยนั่งก่อนจะกวาดมือลงไปในหิมะเพื่อหาไดอารี่ที่ลืมไว้ เขาดึงมือขึ้นมาทันทีก่อนที่จะเอามาถูกเข้าด้วยกัน ฝ่ามือใหญ่แดงระเรื่อด้วยความเย็น ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เพราะชุดที่ใส่มายังคงบางเกินไปกับอุณหภูมิขณะนี้   แต่ทว่าชายหนุ่มยังคงลงมือค้นหาอีกครั้ง เขาพยายามฝืนร่างกายเพื่อโกยหิมะออกจากบริเวณนั้นให้มากที่สุด   คลำๆหาแต่ก็ไม่เจอ ก่อนที่เขาจะกำหมัดแล้วซัดไปยังพื้นหญ้าบริเวณนั้น ทันทีที่มือใหญ่กระทบกับของแข็งมันก็เกิดเป็นบาดแผลและของเหลวสีแดงขึ้นทันที แต่ทว่าโต้งกลับยังคงกำมือไว้แน่น ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนจากท่าคุกเข่ามานั่งเหยียดขาแทน “ทำไมถึงได้สับเพร้าแบบนี้นะ” เขาเอ่ยอย่างมีอารมณ์กับตัวเอง   ก่อนที่จะทิ้งกายไปในผืนหิมะที่ปูรองไว้ เขาไม่รับรู้ถึงความเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่างกายเลยแม้แต่น้อย มือทั้งสองข้างกุมกันไว้บนหน้าอก “คุณคะเป็นไรรึเปล่า ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวก็หนาวตายหรอก”   เสียงใสจากใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเป็นภาษาฝรั่งเศษ โต้งลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะหันหน้าไปมอง ร่างบางของใครผู้หนึ่งกำลังยืนอยู่ในชุดคลุมตัวหนา ก่อนที่เขาจะค่อยๆลุกตัวขึ้นนั่ง “คุณเป็นใครหนะ”   โต้งเอ่ยถาม ก่อนที่ผู้นั้นจะเดินเข้ามาใกล้ๆ “ดิชั้นชื่อ ซ่าร่าค่ะ แล้วคุณหละ” เสียงหวานเอ่ยขึ้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกตัวขึ้นยืน “ผมชื่อ โต้งครับ” เขาตอบ “โต้งหรอคะ เอ่อ คุณเป็นคนไทยรึเปล่า” ร่างบางเอ่ยถาม “ครับ” “ดิชั้นก็เป็นคนไทยเหมือนกันค่ะ ดีจังเลยที่เจอเพื่อนเป็นคนไทยที่นี่”   เสียงหวานเอ่ยอย่างนุ่มนวลเป็นภาษาของชาติเธอ “ผมเองก็ดีใจเหมือนกันครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณซาร่า”   เขาเอ่ย “ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่นี่คะ ไม่หนาวรึไง” “อ๋อ พอดีผมลืมของไว้ที่นี่หนะครับ ก็เลยมาตามหา” โต้งเอ่ยก่อนจะเดินออกไปยังที่ที่มีแสงสว่าง ขณะที่หญิงสาวในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มจะเดินตามออกมาด้วย “ของชิ้นนั้นคงจะสำคัญกับคุณมากเลนนะคะ” เธอเอ่ย ก่อนที่โต้งจะเบือนหน้าไปหา และทันทีที่นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มได้สัมผัสใบหน้านั้น ความคิดอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวเขาทันที ‘ เธอช่างสวยมาก ’ โต้งคิดขณะที่จ้องใบหน้าที่ออกไปทางตะวันตกเหมือนกับเขา “ครับมันสำคัญกับผมมาก สำคัญมากเลยทีเดียว”   โต้งเอ่ย ขณะที่อีกฝ่ายจะหันมาสบตา “ชั้นก็เคยเป็นอย่างคุณนะคะ เคยทำสร้อยที่แฟนตัวเองหล่นหาย ก็หากันแทบแย่เลย แล้วสุดท้ายก็เจอจนได้” เสียงหวานเอ่ยพลางหัวเราะเล็กน้อย ร่างทั้งสองกำลังเดินไปยังถนนที่ถูกปูด้วยก้อนอิฐสีน้ำตาลอ่อนแต่บัดนี้มันกลับกลายเป็นสีขาวโพลนซึ่งทอดไปเป็นทางยาว   “แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ครับ” โต้งเอ่ยถามขณะยังคงจ้องใบหน้านั้น เธอหันกลับมาก่อนจะเบือนออกไป “ชั้นมาเที่ยวค่ะหลังจากที่จบปริญญาตรีที่เมืองไทยแล้ว กะว่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี้สักสองสามปี ที่นี่มีทัศนียภาพที่สะอาดตาดี ถนนทางเดินไม่มีขยะสักชิ้น ผิดกับที่บ้านเรานะคะ” “ครับ ที่นี่เขามีกฎเข้มงวด ผมก็ชอบที่นี่เหมือนกัน ตอนนี้ก็เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีเหมือนกันครับ ว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสักพักแล้วค่อยกลับไปเมืองไทย”   ชายหนุ่มเอ่ย ก่อนที่หญิงสาวผมสีน้ำตาลซึ่งจัดเป็นลอนจะหันมามองใบหน้าเขาแล้วยิ้ม “ดีเลยคะ งั้นชั้นก็ต้องขอฝากตัวให้คุณเป็นไกต์นำเที่ยวที่นี่เลยแล้วกันนะคะ” เสียงใสเอ่ยอย่างยิ้มแย้มก่อนที่ชายหนุ่มจะพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มใสๆ                 ร่างทั้งสองกำลังเดินก้าวไปในสายหิมะที่โปรยปรายจากฝากฟ้ายามราตรีอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่ภายใต้จิตใจของใครผู้หนึ่งยังคงพะวงกับสิ่งที่ตนได้ทำหายไป มันเป็นสิ่งเดียวที่เขาเหลืออยู่ จากคนๆเดียวที่เขายังคงมีความรู้สึกดีๆให้จนถึงทุกวันนี้   มันถูกส่งมาทางไปรษณีย์เมื่อปีใหม่ตอนที่เขาอยู่ม.6 ไม่ระบุชื่อผู้ที่ส่งมา มีเพียงที่อยู่ซึ่งเขียนว่ามาจากจังหวัดระยอง ตอนแรกเขาเองก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่นักว่าจะเป็นของเขารึเปล่า เพราะก็ไม่เคยมีเพื่อนหรือญาติอยู่ที่นั่น แต่พอแกะซองพัสดุดู ก็รู้ได้ว่าผู้ที่ส่งมานั้นเป็นใคร   “ Together…… ” ชายหนุ่มอ่านมันหลังจากที่หยิบขึ้นมาดูจากในซองสีน้ำตาล พลางนึกถึงความหมาย “กัน...และกัน....”   เขาเอ่ยขึ้นเบาๆก่อนจะรีบเก็บหนังสือนั้นแล้วพรวดขึ้นห้องด้วยความดีใจ     “ดูนั่นสิ ชั้นไม่นึกเลยว่าหอไอเฟลตอนกลางคืนก็สวยดีเหมือนกันนะคะ”   เสียงหวานเอ่ยหลังจากที่สายตาของเธอได้เบือนไปเห็นภาพของหอไอเฟลที่สูงยักษ์และประดับไปด้วยไฟเต็มต้น   “ครับมันสวยมาก ยิ่งถ้าได้อยู่ดูกับคนที่เรารักแล้วละก็ มันต้องโรแมนติกมากๆเลยเชียว” โต้งเอ่ยติดตลก ก่อนที่ซ่าร่าจะหันมาแล้วหัวเราะ “คุณนี่ก็ตลกเป็นเหมือนกันนะคะ “ เธอเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหลุบตามองพื้น ก่อนที่จะเห็นอะไรบางอย่างที่เป็นจุดๆสีแดงเป็นทางยาว เธอเงยหน้าขึ้นมายังมือข้างหนึ่งของชายหนุ่ม ก่อนจะร้องขึ้น “โต้ง มือคุณ ! ” เธอเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ ก่อนที่จะคว้าขึ้นมา “ตายแล้ว คุณไปทำอะไรมาคะ” เธอเอ่ย “คือ...เมื่อกี้ผมไปชกกับพื้นมาหนะครับ ก็เลยเป็นอย่างที่เห็น แต่ว่านิดหน่อยเอง”   โต้งเอ่ย พร้อมรอยยิ้มจางๆ “นิดหน่อยที่ไหนกัน คุณดูโน้นสิ”   เสียงหวานเอ่ยแย้งก่อนจะเบือนหน้ากลับไปตรงพื้นทางด้านหลัง โต้งเบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นรอยเลือดของตัวเองที่หยดเป็นจุดๆตามทางที่เขาเดินมา “เอางี้ ชั้นพักอยู่แถวนี้ คุณไปทำแผลที่บ้านชั้นก่อนเถอะค่ะ”   เธอเอ่ยสีหน้าจริงจัง “ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมค่อยทำเองก็ได้”   เขาพยายามปฏิเสธด้วยความเกรงใจ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ เห็นเพื่อนเจ็บขนาดนี้ จะอยู่นิ่งเฉยได้ไงหละ”   เสียงเหลียมสูงเอ่ยจนโต้งต้องยอม “ก็ได้ครับ”   เขาเอ่ยเบาๆ “ค้างมือไว้อย่างนี้นะคะ อย่าเพิ่งเอาลง”   เธอเอ่ยก่อนจะปล่อยมือมาจากมือใหญ่ แล้วล่วงเข้าไปในเสื้อคลุมขนสัตว์สีน้ำเงินเข้ม ก่อนจะเอาผ้าเช็ดหน้าสีชมพูอ่อนออกมา โต้งดูการกระทำของเธอโดยไม่ปริปาก ก่อนที่หญิงสาวจะเอาผ้าในมือมาพันมือของอีกฝ่ายไว้ “ดูสิ เลือดยังไหลไม่หยุดเลย ค้างมือไว้แบบนี้ให้ตลอดนะคะ   รีบไปกันเถอะค่ะ”   เสียงหวานเอ่ยขึ้น ก่อนจะนำเดินไป โต้งรีบเดินตามขณะมองร่างนั้น สีหน้าเธอตอนที่ทำแผลให้เขาดูจริงจังยิ่งกว่าอะไร โต้งคิดกับตัวเองว่า ผู้หญิงนี่เวลาจะเอาอะไรให้ได้ก็ต้องทำให้ได้จริงๆ ก็จะถอนหายใจและยิ้มเล็กน้อยขณะเดินตามไป --             เวลาผ่านไปได้พักหนึ่ง ร่างของทั้งสองก็ปรากฏอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งขนาดพอประมาณ หญิงสาวในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มก้าวเข้าไปไขกุญแจตรงประตูเหล็กเล็กๆซึ่งแยกจากประตูรั้วเหล็กประตูใหญ่อีกบานที่ตั้งอยู่ข้างๆ เธอเปิดประตูออกแล้วให้โต้งเข้าไป ก่อนที่จะเดินตามเข้าไป แล้วปิดมันลงตามเดิม   หญิงสาวรีบเดินไปที่ประตูบ้านก่อนที่จะไขกุญแจและเปิดมันเข้าไป เธอให้โต้งเข้าไปก่อนอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปและปิดประตูลง ถอดรองเท้าและเดินเข้าไปยังห้องนั่งเล่น “คุณนั่งรอตรงนี้แป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวชั้นไปหยิบกล่องยามาก่อน” เธอเอ่ยขึ้นอย่างรีบร้อน ก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดไป โต้งนั่งรออยู่บนโซฟาสีเลือดหมู ก่อนที่อีกครู่ต่อมา ร่างบางที่ไร้ซึ่งเสื้อคลุมจะเดินมาพร้อมกล่องยาสีเหลี่ยมๆในมือ   เธอทรุดตัวลงข้างๆชายหนุ่ม ก่อนจะวางกล่องไว้บนโต๊ะแก้วสีดำ แล้วเปิดมันออก ซ่าร่าหันมาแกะผ้าที่พันมือชายหนุ่มออกเบาๆ ก่อนที่จะหันกลับไปหยิบขวดแอลกอฮอร์ กับสำลีขึ้นมา เธอเปิดขวดแอลกอฮร์ออก ก่อนที่จะหยิบเหล็กคีบคีบสำลีก้อนหนึ่งออกมาจากถุงพลาสติก          แล้วเอามาชุบแอลกอฮร์อีกที   “ขอมือหน่อยค่ะ”   เสียงหวานเอ่ยขึ้นก่อนจะค่อยๆเอาสำลีเช็ดบริเวณที่มีแผล       ทันทีที่แอลกอฮอร์โดนบาดแผลมันก็แสดงปฏิกิริยาทันที โดยที่เกิดฟองสีขาวๆขึ้นปุดๆๆทั่วทั้งบริเวณ โต้งทำสีหน้ารู้สึกแสบเล็กน้อย ขณะพยามยามเบนมือออก แต่ทว่ามันถูกรั้งไว้ด้วยมือของอีกฝ่าย   “อยู่นิ่งๆสิคะ เดี๋ยวก็เจ็บไปมากกว่านี้หรอก”      เสียงหวานเอ่ยขณะยังคงทำแผลอยู่         เธอเปลี่ยนสำลีอันใหม่แล้วชุบแอลกอฮอร์อย่างเดิม ก่อนจะมาเช็ดแผลอีกครั้งจนรอยเลือดและเศษทรายที่ติดมาหลุดออกจนหมด ก่อนที่จะเปลี่ยนสำลีอีกชิ้นชุบกับทิงเจอร์แล้วค่อยๆลูบบริเวณรอยแผลอีกครั้งเธอทำอย่างนี้อีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงเอาผ้าพันแผลมาพันเอาไว้ “เสร็จแล้วค่ะ..” เธอเอ่ยก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่าย โต้งกำลังจ้องใบหน้าอันน่ารักของเธอก่อนจะเบือนหน้าออกอย่างกะทันหัน “ข ขอบคุณครับ...”    เขาเอ่ยตะกุกตะกักเล็กน้อย “เดี๋ยวชั้นเอากล่องยาไปเก็บก่อนนะคะ” “ครับ”   โต้งเอ่ย ก่อนที่หญิงสาวจะจัดแจงเก็บอุปกรณ์ที่ตั้งอยู่เข้ากล่องตามเดิม ส่วนสำลีอีกสองสามชิ้นเก็บเข้าอีกถุงหนึ่งที่เตรียมไว้ ก่อนจะลุกออกจากโซฟาแล้วเดินกลับขึ้นห้องไป   โต้งเอี้ยวคอมองตามไป ก่อนจะหันกลับเข้าที่แล้วยกมือข้างที่บาดเจ็บขึ้นมาดู เขามองดูมัน ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาอีกครั้ง -- ชายหนุ่มพยายามคิดหาวีการที่จะได้หนังสือเล่มนั้นกลับคืนมา   เขาคิดว่าพรุ่งนี้จะกลับไปดูใหม่อีกครั้ง มันคงจะง่ายขึ้นเพราะเป็นตอนเช้า และพรุ่งนี้เขาก็คงจะพร้อมมากกว่านี้ทั้งถุงมือไหมพรมที่คงขาดไม่ได้ และเสื้อผ้าหนาๆสองสามชั้น ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ก่อนที่อีกครู่ต่อมา ร่างบางจะเดินลงมาอีกครั้ง เธออยู่ในชุดเสื้อโค้ดสีครีมกับกางเกงขายาวสีน้ำตาล   แต่ทว่าครั้งนี้เธอกลับไม่เดินมายังร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ แต่กลับเดินเลี้ยวออกไปทางซ้ายมือซึ่งมันเป็นที่ตั้งของครัว   ซ่าร่าเดินไปหยิบขวดนมในตู้เย็นออกมา ก่อนจะเทมันลงในถ้วยแก้วสีขาวสองใบแล้วเอาไปอุ่นในตู้ไมโครเวฟ ก่อนที่อีกห้านาทีต่อมา มันจะร้องติ้งขึ้นเป็นสัญญาณให้เจ้าของรับรู้   ก่อนที่เธอจะเปิดตู้ออกมา แล้วหยิบมันขึ้นมาด้วนมือสองข้างที่อยู่ในถุงมือกันความร้อน   หญิงสาวเดินถือมันออกมาก่อนจะตั้งไว้บนโต๊ะ “นมอุ่นๆค่ะ ระวังด้วยนะ แก้วมันกำลังร้อน”   เธอเอ่ยขึ้นพลางวางนมถ้วยหนึ่งไส้ตรงหน้าชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไปยังโซฟาฝั่งตรงข้ามแล้วทรุดตัวลงพร้อมถ้วยนมอีกใบที่อยู่ในมือ “ขอบคุณครับ” โต้งเอ่ย ก่อนจะ เอามือข้างที่ดีแตะๆถ้วยเล็กน้อย “ไม่ค่อยร้อนแล้วครับ”   เขาเอ่ย ก่อนจะยกมันขึ้นมา แล้วสูดกลิ่นเข้าไป “หอมดีนะครับ”   เขาเอ่ยพร้อมยิ้ม อีกฝ่ายยิ้มกลับ ก่อนที่เธอจะจิบมันเข้าปากทีละนิด โต้งมองภาพนั้นก่อนจะทำตาม   “อืม....อร่อยดีนะ แต่รสชาติไม่ค่อยคุ้นเลย” โต้งเอ่ย   ก่อนที่ซ่าร่าจะยิ้มขึ้น “มันเป็นนมแพะหนะ” เธออธิบาย ก่อนที่จะนึกอะไรออก   “แล้วของที่คุณทำหายหนะ มันคืออะไรเหรอ” โต้งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “มันเป็นไดอารี่ส่วนตัวของผมหนะ” เขาเอ่ยเบาๆ “มันสำคัญกับผมมาก....เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่คนที่ผมรักให้มา...”   เขาเอ่ยก่อนหลุบตาลงสีหน้าเศร้าเล็กน้อย “แล้วคุณยังจะหามันอีกมั้ยคะ”   ซาร่าเอ่ยขึ้น “ครับ ผมว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับไปหาที่เดิมอีกครั้ง” เขาเงยหน้าขึ้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะยิ้มขึ้น “งั้นชั้นไปช่วยคุณนะคะ” “อย่าเลยครับ ผมเกรงใจ...”   โต้งเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวล “เกรงจง เกรงใจอะไรกัน ชั้นบอกแล้วไงว่าเราเป็นเพื่อนกัน มีอะไรที่ช่วยกันได้ก็ช่วยเหลือกันไป” เธอก่อนที่ชายหนุ่มจะยิ้ม “ขอบคุณครับ..”   โต้งเอ่ยก่อนจะเหลือบไปเห็นนาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ฝาผนัง   “สี่ทุ่มแล้วเหรอ เร็วจัง เอ่อ..งั้นผมว่าผมกลับที่พักของผมก่อนดีกว่านะครับ”   เขาเอ่ย “พายุหิมะวันนี้คงแรงมาก ชั้นว่าคุณอยู่ที่นี่ก่อนก็ได้นะคะ   แล้วไว้พรุ่งนี้ค่อยกลับ” “ไม่เป็นไรครับ ผม..” “ผมเกรงใจ ชั้นบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเกรงใจ..”    เธอเอ่ยตัดบทอย่างรู้ทัน “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ แต่ว่ http://webboard.yenta4.com/topic/384229#reply Tue, 16 Mar 2010 21:34:09 +0700 casan 384229 at http://webboard.yenta4.com/ เพียงความห่างไกล http://webboard.yenta4.com/topic/384212 ใครกำลังรู้สึกเหมือนกับเราบ้างซึ่งตอนนี้กำลังจะจากกับคนที่รัก โดยที่เค้าต้องไปเรียนต่อที่อื่น และต้องห่างกันประมาณห้าปี แต่ก็เจอกันบ้างในช่วงปิดเทอมทั้งสองภาคเรียน ตอนนี้เรานอนร้องไห้เพราะคิดถึงพี่เค้าทุกคืน พอนั่งคนเดียวก็เจอแต่ภาพใบหน้าของพี่เค้า น้ำตามันก้ไหลพร้อมกับความรู้สึกมากมายที่เอ่อล้นออกมา ตอนนี้ำทำได้เพียงแค่คุยโทรศัพท์และเล่นMSNกันเท่านั้น รอคอยวันที่เราสองคนจาได้เจอกันอีกครั้ง เราทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่กับคนที่เรารักตลอดไป ทั้งเรื่องการเรียนที่อยากจะเข้ามหาลัยที่ใกล้ๆพี่เค้า เลือกคณะที่เหมือนกัน เพื่อที่ว่าเผื่อตอนทำงานจะได้อยู่ที่เดียวกัน สิ่งที่กลัวที่สุดตอนนี้ก็คือ กลัวคนที่เรารักจะเปลี่ยนแปลงไปหรือก็กลัวใจตัวเองจะเปลี่ยนแปลงไปเหมือนกัน แต่เราก็จะพยายามที่จะรักเพียงพี่เค้าคนเดียวเท่าันั้น เราคิดเสมอว่า ความห่างไกลไม่ได้เป็นอุปสรรคของความรัก หากแต่เป็นเครื่องพิสูจน์แห่งรักแท้ที่เราสองคนมีให้กัน ใครที่ประสบเรื่องราวความรักแบบเราก็เขียนเล่ากันบ้างนะ หรือมีข้อเสนอแนะใดๆก็เชิญบอกได้ แด่....รักไม่สิ้นสุด   http://webboard.yenta4.com/topic/384212#reply Tue, 16 Mar 2010 20:26:07 +0700 casan 384212 at http://webboard.yenta4.com/ [Good Story] :: คำว่า"ไม่" ในทางกลับกัน!! http://webboard.yenta4.com/topic/384173 คำว่า "ไม่" ในทางกลับกัน!! บทสนทนาของชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งเป็นแฟนกัน ญ. :: คุณเคยคิดถึงฉันบ้างไหม? ช. :: ไม่เคย ญ. :: คุณชอบฉันไหม? ช. :: ไม่ ญ. :: คุณอยากได้ฉันไหม? ช. :: ไม่ ญ. :: คุณจะร้องไห้ไหม ถ้าฉันจากไป? ช. :: ไม่ ญ. :: คุณจะอยู่เพื่อฉันไหม? ช. :: ไม่ ญ. :: คุณจะทำอะไรสักให้ฉันได้ไหม? ช. :: ไม่ได้ ญ. :: คุณจะเลือกอะไร ระหว่าง \’ชีวิตคุณ\’ กับ \’ชีวิตฉัน\’? ช. :: ชีวิตฉัน หญิงสาวรู้สึกเสียใจมาก เธอหันหลังวิ่งหนีจากชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนเธอ แต่เขาก็วิ่งตามเธอไป พร้อมทั้งตะโกนว่า…. .. ... เหตุผลที่ฉันไม่เคยคิดถึงเธอ เพราะว่าเธออยู่ในความคิดฉันเสมอ เหตุผลที่ฉันไม่ชอบเธอ เพราะฉันรักเธอ เหตุผลที่ฉันไม่อยากได้เธอ เพราะฉันต้องการ และจำเป็นต้องมีเธอ เหตูผลที่ฉันไม่ร้องไห้ ถ้าเธอจากไป เพราะฉันคงจะตายทั้งเป็น ถ้าไม่มีเธอ เหตุผลที่ฉันไม่อยู่เพื่อเธอ เพราะฉันจะตายเพื่อเธอ เหตุผลที่ฉันทำอะไรให้เธอสักอย่างไม่ได้ เพราะฉันยินดี และเต็มใจทำให้เธอทุกอย่าง และเหตุผลที่ฉันเลือกชีวิตฉัน เพราะ เธอคือชีวิตฉัน       อ๊อย~...โดน!! http://webboard.yenta4.com/topic/384173#reply Tue, 16 Mar 2010 18:11:43 +0700 Nan_tiya 384173 at http://webboard.yenta4.com/ เพื่อนๆดูให้หน่อย ว่าเขาชอบเราไหม ? http://webboard.yenta4.com/topic/384131 ก็แบบว่าเรามีเพื่อนอยู่คนหนึ่งอะค่ะ เขาชื่อเต้ ซึ่งเป็นคนที่เราเคยแอบชอบอ๊ แต่ว่าตอนนี้เราก้อไม่ได้ชอบเขาแล้วแต่แค่รู้สึกดีๆด้วยอะค่ะ แต่ว่าเมื่อวานเขาเจอเพื่อนเราบนรถแล้วเขาก้อบอกกับเพื่อนเราว่า บอกให้วันโทรหาเต้ด้วย เพื่อนวันก้อถามว่า คิดถึงมันหรอไง เต้บอกว่า อืม. เราก็โทรไปหาเขาอะ แล้วเขาก็พูดประมาณว่า แบบว่าไม่มีเราเหงามากเลย ไม่มีเพื่อนที่คอยให้คอยปรึกษา แล้วเขาก็บอกว่าถ้าเขาย้อนเวลากับไปได้เขาจะไม่ชอบอีฟ(คนที่เขาแอบชอบ) วันก้อถาม่วา แล้วจะชอบใครละ เขาก็เงียบแล้วก้อไม่ตอ บ ก่อนวางเขาอบกว่า ฝันหวานน่ะ ฝันถึงเต้ด้วยน่ะ   เช้าวันต่อมา.. เราไปโรงเรียนไปส่งงานอะค่ะเจอเขา เขาก้อเดินตามเราใหญ่เลยอะ แล้วเขาก็มาคุยโทสับตรงโต๊ะที่เรานั้ง พูดกับเพื่อนประมานว่า "เฮ๊ย จำเรื่องที่คุยได้ป่ะตอน5ทุ่มอะ คนนั้นที่ว่าเอ็งจะจีบข้าจองน่ะเว๊ย" แล้วเขาก้อพูดไรกับเพื่อนอีกไม่รู้แล้วบอกว่า อยู่ตรงนี้พูดไม่ได้ แล้วเขาก็เดินออกมาอะ หลังจากนั้นเขาก็มานั้งช่วยเราทำงาน เพื่อนเขาก็ชวนไปดูสาว เขาก้อบอกว่า "ขอกุนั้งกับเขาสักพักได้ปะวะ" เพื่อนเขาเลยบอกว่า วันไล่มันไปทีดิ วันบอกว่าเต้ก้อไปดิ เต้ก้อเลยไป แล้ววันนี้เขาบอกจะโทรหาเราอีกแล้วอะค่ะ   เราอยากรู้ว่า.. เขาชอบเราหรอ ? หรือแค่เหงาเชย แล้วเราควรทำไงต่อ ช่วยตอบเราทีเนอะ http://webboard.yenta4.com/topic/384131#reply Tue, 16 Mar 2010 15:27:18 +0700 momokky 384131 at http://webboard.yenta4.com/ เงิน..ซื้อความรักไม่ได้...แต่ก็ใช่ว่าไม่จำเป็น http://webboard.yenta4.com/topic/384061 หลายคนเชื่อว่า ความรักทำให้โลกสดใส มองไปทางไหนก็สดชื่นสวยงาม เพราะธรรมชาติสอนให้เราเรียนรู้ที่จะรักและถูกรัก บนพื้นฐานของความจริงใจ ซื่อสัตย์ และเป็นผู้เสียสละ ความเชื่อที่ว่านี้ หากมองผิวเผินก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรยุ่งยาก แต่เมื่อมองอย่างลึกซึ้งแล้ว เราจะพบว่า รักของเรายังมีแบบทดสอบชนิดเข้มข้นรอพิสูจน์ "รักแท้" อีกมากมาย โดยเฉพาะ 'เงิน' ซึ่งสำคัญไม่แพ้ปัญหาอื่นๆ          คู่รักหลายคนเสียศูนย์เพราะเรื่องแบบนี้มาแล้วนักแต่นัก ..ขอบอก.....         เคยสังเกตไหมว่าเวลาเรากระเป๋าหนัก เรากับแฟนอยากทำอะไร อยากไปไหนก็สะดวกเรียบร้อยไปหมด บทรักเดินเรียบไม่มีสะดุด อารมณ์โรแมนติก คำพูดหวานซึ้งน่าฟังเหลือเกิน ช่วงไหนเกิดเง้างอนใส่กัน อีกฝ่ายก็ต้องรีบขอคืนดี ด้วยดอกไม้สักช่อ หรือไม่ก็ชวนไปทานข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ...ทุกอย่าง...จัดให้         แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เงินขาดมือ อย่าว่าแต่พูดง้อด้วยเลย ขนาดหน้ายังแทบไม่อยากมอง ใครล่ะจะมองแฟนหน้าเหี่ยวๆ แห้งๆ ชวนไปไหนแต่ละทีก็อิดออด บอกแต่ว่า "แหะ แหะ ไม่มีตังค์..."        จากที่เคย "จี๋จ๋า" ก็เลยกลายเป็น "จุกจิก" ไปเสียนี่ แถมยังดุเราอีกว่า "หน้าเงิน"        เมื่อรักเสียหลัก ต่างมีทัศนคติไม่ตรงกัน เขามองว่าความรักไม่จำเป็นต้องใช้เงิน แต่เรากลับเห็นว่า บางครั้ง..หลายครั้งเลยล่ะ ที่จำเป็น ...... เมื่อเกิดปัญหาขัดแย้งแบบนี้ ต้อง.......ลองทบทวนดูดีๆ สิ         มีกิจกรรมนอกบ้านสักกี่อย่างที่ไม่ต้องใช้เงินซื้อ จะชวนเธอเล่นหมากฮอตอยู่กับบ้านทุกวัน....จะไหวมั้ย ทอดไข่เจียวกินทุกมื้อ ....แน่ใจนะว่าไม่เบื่อ เพลงโปรด....รอฟังทางวิทยุเอาก็แล้วกัน คิดถึงเมื่อไหร่....ก็... เขียนจดหมายเสียแสตมป์แค่สองบาท (ไม่รู้ว่าเธอมีค่าแสตมป์หรือเปล่า อ่ะ ฉันให้ยืมก่อนก็ได้) หนังเพิ่งเข้าใหม่เหรอ...อืมม รอดูบิ๊กซีนีม่าทางทีวีก็แล้วกัน กุหลาบช่อโตก็ไม่จำเป็นหรอก ...มันแพง เอาแค่พวงมาลัยไหว้พระก็บุญถมแล้ว.....          ถ้ายอมรับความเรียบง่ายเหล่านี้ได้ ปัญหาก็หมด ไม่ต้องแคร์ว่าอีกฝ่ายจะมีหรือไม่มี จะคิดอย่างไร  มีความสุขดีหรือไม่กับคนรัก          แต่เรื่องจริงคงเกิดขึ้นยาก ยิ่งความบันเทิงรายรอบตัวเราอยู่ทุกวี่ทุกวันมีหรือใครจะอดใจไหว แต่จะว่าไปแล้วของพวกนี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญนักหรอกสำหรับความรัก มันแค่เป็นกิจกรรมที่ทำให้เราได้มีโอกาสเปลี่ยนความจำเจในชีวิตประจำวันชั่ว ครั้งชั่วครู่         แต่มันก็จำเป็นมิใช่หรือ ที่เราสองคนจะได้ผ่อนคลายและเติมความสุขให้แก่กันบ้างตามสมควร สิ่งสำคัญคือ เราต้องรู้จักใช้สอยเงินนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด                  พวกที่หว่านเงินเพื่อตีราคาความรักเขาเรียกว่า 'คนไม่มีหัวใจ' มีแต่ความอยากได้ เมื่อได้ก็ไม่ค่อยรู้คุณค่า ทิ้งๆ ขว้างๆ เพราะมองความรักเป็นเหมือนสิ่งของตามซุปเปอร์มาเก็ต คนแบบเนี้ยแหละที่เรียกว่า พวกใช้เงินซื้อความรัก           ซึ่งต่างจากคนมีความรักที่ใช้หัวใจลงทุน รู้จักนำมูลค่าของเงินแลกเปลี่ยนเป็นการเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ถนอมความรู้สึก ถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นผู้ให้ เลือกเฟ้นโอกาสเหมาะๆ แสดงความรักในรูปแบบผ่อนคลาย สร้างสีสัน เติมความหวานให้ชีวิตรักไม่พร่องมันเนย คือ มีทั้ง หอม ข้น หวาน มัน แบบที่เธอได้รับอย่างสม่ำเสมอจากฉันไงล่ะ          ฉะนั้น เราต้องแยกแยะอย่างชัดเจน ระหว่าง รักที่ใช้เงินซื้อไว้เป็นเจ้าของ กับความรักที่รู้จักใช้เงินแลกความสุขเพื่อคนที่เรารัก          เรื่องแบบนี้ต่างหากที่เงินซื้อไม่ได้ ขออย่างเดียวอย่าหงุดหงิดใส่ฉันเวลาเธอกระเป๋าแห้งสิ ก็ไหนบอกว่า เงิน...ซื้อความรักไม่ได้ แต่ตอนนี้เธอกำลังอารมณ์เสียเพราะไม่มีเงินชวนแฟนไปจ๋าจ้ะข้างนอก          เอาล่ะ....มื้อนี้ฉันเป็นเจ้ามือเอง เผื่อเธอจะอารมณ์ดีขึ้น.......นะคนดี       ขอบคุณ  http://webboard.yenta4.com/topic/384061#reply Tue, 16 Mar 2010 11:25:24 +0700 Nan_tiya 384061 at http://webboard.yenta4.com/ อกหัก รักซ่อมได้ http://webboard.yenta4.com/topic/384047 หนังสือเขียนโดยผู้ช่ำชองการดื่มน้ำใบบัวบกมาอย่างโชกโชน แนะว่า - เมื่อกำลังตกอยู่ในอาการ ' อกหัก' อย่าอยู่คนเดียวเป็นเวลานานๆ หรือคิดหมกมุ่นแต่ปัญหาเดิมๆ จะทำให้ยิ่งทุกข์โศกหนักขึ้น ควรหาเพื่อนสนิทสักคนมาช่วยรับฟังสิ่งที่อยากระบาย ถ้าไม่มีแม้เพื่อนสักคน ก็หาหมาสักตัวก็ยังดี (เผลอๆ ดีกว่าคนอีก) - ถ้าไม่มีใครเลยจริงๆ ขนาดหมาก็ยังเมิน ควรจะหาเพลงสนุกๆ ฟัง หรือเป็นเพลงที่มีเนื้อหาดีๆ ฟังแล้วอบอุ๊น..อบอุ่น ให้กำลังใจ อะไรประมาณนี้กรอกหูทุกๆ วัน (ไม่เอา เพลงอกหัก ประมาณว่า "ทำไม มันเหงาไปหมด ทำไม มองฟ้ามันไม่สดใส" ขอเหอะ....) หรือแม้แต่หนังสือเล่มโปรดสักเล่มก็ไม่เลว - จงมองดูชีวิตคู่คนอื่นๆ ที่ตกที่นั่งเดียวกับเรา จะเห็นว่าบางคนตกที่หนักกว่าเราเป็นสิบเท่ายังยิ้มร่า เดินลอยหน้าระรื่น อย่างนี้แล้ว พวกปากหอยปากปูก็หมดหนทางกระดกลิ้น ไม่มีใครเม้าท์คนมีความสุขกันหรอก ไม่สะจายยย - ส่วนตัวต้นเหตุ (อดีตคนเคยรัก) ก็ไม่ต้องไปอาฆาตผูกใจเจ็บให้เสียเชิงรัก ต้องยืดอกให้เขาเห็นว่า เราก็ใจกว้างพอกับเรื่องพรรค์นี้ เมื่อหมดรักกันแล้วก็ 'แยกกันเดิน' เรื่องอกหักจึงเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็มีสิทธิโดนได้ทั้งนั้น เพราะเราเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ย่อมมี รัก โลภ โกรธ หลง เกลียด ชัง เบื่อ หน่าย หนุกหนาน ฯลฯ เป็นเหมือนน้ำจิ้มให้ชีวิต เพราะฉะนั้นไม่ได้มีเราเพียงคนเดียวที่ "โดน" - อย่าคิดอะไรสั้นๆ แบบเข้าข้างตัวเองชนิดเอาหัวกระแทกฝา โดยเฉพาะการทำร้ายตัวเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ (แหม โดนทำให้ช้ำขนาดนี้แล้วยังจะซ้ำให้ตัวเองกระอักไปถึงไหน) เพราะคนที่ปวดร้าวยิ่งกว่าเราร้อยเท่าคือคนที่อยู่ข้างหลัง ก็ พ่อ แม่ เราไง ท่องให้ขึ้นใจ - อย่าใส่ใจกับเสียงนกเสียงกา หมา แมว ที่อาจล่องลอยมากระทบหู ถือว่าเป็นของเสียของพวกมีอาการท้องผูก ต้องหาทางเบ่งระบายกันบ้างตามประสา หมู หมา กา ไก่ และตะกวด - ออกกำลังกาย โหย...วิธีนี้ชะงัดนักแล ขอบอก ไม่ว่าจะวิ่งเยาะๆ อยู่กับบ้าน หรือวิ่งตามรถเมล์สักสี่ห้าป้าย หรือจะซ่าขนาดขี่จักรยานขึ้นตึกใบหยก (อันนี้ล้อเล่น) เพื่อให้เหงื่อไหลออกมาแทนน้ำตาอย่างมีประโยชน์ ซึ่งนอกจากช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้วยังเป็นการปลดปล่อยอารมณ์เสียได้เป็น อย่างดี ได้ฤกษ์ ลดความอ้วน ก็งานนี้แหละ ถ้าผอม สวย ดังใจ ก็...อย่าลืม...กลับไปขอบคุณเขาด้วยล่ะ - เอาความรักที่คนบางคนไม่สนใจ กลับคืนมามอบให้คนที่บ้าน หรือคนใกล้ชิดดีกว่า ....ดีกว่าอะไร! ก็ดีกว่าเอาไปโยนทิ้งลงแม่น้ำนะซี ก็รักเรามีคุณค่าออกจะตาย เรื่องอะไรจะปล่อยให้ไหลไปเรื่อยเปื่อย เดี๋ยวปลาตอดหมด - ฉะนั้นเมื่อความรักถึงคราวต้องชำรุด อย่าปล่อยให้รักนั้นเสียศูนย์ ขึ้นสนิมเกรอะกรังไร้ราคา ต้องรีบซ่อมแซม โมดิฟายกันใหม่ ด้วยวิธีแนะนำข้างต้น เพื่อนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะอย่างไรเสียชีวิตคนก็ขาดความรักไม่ได้อยู่แล้ว - สุดท้ายนี้เป็นเรื่องที่ต้องแสดงความยินดีกับคุณ เพราะคุณถือได้ว่า ผ่านบทเรียนแห่งความรักไปได้อีกเล่มหนึ่งแล้วนะ (โดยไม่ต้องรับประกาศนียบัตรรับรองใดๆ) และยังมีมายารักอีกหลายเล่มเกวียนเชียวรอให้เราไปพิสูจน์ ขอให้อิ่มรสกับรักครั้งใหม่......เถิด ท่านสมาชิก "คนอกหัก ดีกว่ารักไม่เป็นคน...."     via @ www.teenpath.net http://webboard.yenta4.com/topic/384047#reply Tue, 16 Mar 2010 11:05:45 +0700 Nan_tiya 384047 at http://webboard.yenta4.com/ เสียใจกับความคิดตัวเองช่วยทีๆ http://webboard.yenta4.com/topic/384039 เรื่องมีอยู่ว่า มี ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อG(นามปลอม)ชอบผู้ชายที่เราชอบมากซึ่งทีแรกGไม่ได้เล่นเฟตบุ๊ค   แต่ฉันก็ดันชวนGเล่น ฉันบอกG ไปว่าผู้ชายที่เธอชอบก็เล่น ทั้งๆที่ผู้ชายที่Gชอบคนนั้นฉันก็ชอบ   แล้วพอGเล่นเฟตบุ๊คGก็แอดผู้ชายคนนั้น  ฉันทำเหมือนพยายามให้Gสมหวังกับเขาคนนั้นทั้งๆที่ฉันเอง   ก็รักเขาคนนั้นเหมือนกัน  ฉันไม่เคยบอกGเลยว่าฉันชอบคนเดียวกับเธอ   ทุกครั้งที่ช่วยGให้สมหวังฉันก็เจ็บลึกๆ   ฉันควรจะทำยังไงดีคะ   ช่วยมาเป็นที่ปรึกษาให้ฉันทีนะ   ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ http://webboard.yenta4.com/topic/384039#reply Tue, 16 Mar 2010 10:50:24 +0700 nuiandice 384039 at http://webboard.yenta4.com/